เรื่องย่อละคร ทรายสีเพลิง ตอนที่ 4 26 สิงหาคม 57
เรื่อง ทรายสีเพลิง
กถาย่อ ทรายสีเพลิง ตอนที่ 4
ครั้นทรายมาบุรีที่บ้าน บุรีพาทรายมาสวัสดีพ่อกับแม่ บุรีส่งอาณัติสัญญาณกับแม่ว่าไม่ให้บอกทราย ว่า บุรีคือพี่บี ทรายกรุณาแม่ของบุรีทำกะปิหวาน และขออาสาไปถนอมมะม่วงให้ ทรายปีนขึ้นไปเก็บมะม่วงบนต้นด้วยท่วงท่าที่แคล่วคล่องว่องไว ทั้งทรายและบุรีช่วยกันเก็บมะม่วงอย่างสนุกสนาน ทรายเดินไปเจอต้นจำปี ทำให้คิดถึงอดีต
กับเมื่อถึงวันถ่ายแบบทรายพาดวงตารวมถึง 1.เสาวนีย์ , 2.ลูกศร และ 3.ศก มาถ่ายแบบ ทุกคนต่างพากันทึ่งในความสวยของทราย และต่างพากันชื่นชมความสามารถและท่วงท่าในการโพสท่าของทราย ซึ่งต่างจากลูกศรที่ทำอะไรก็ดูเกร็งไปหมด ทำเอาเสาวนีย์ไม่พอใจที่ทุกคนต่างพากันชื่นชมและยกย่องทราย และการถ่ายแบบในครั้งนี้ก็เป็นการถ่ายแบบที่ทรายเป็นคนคิดคอนเซ็ปขึ้นเองภายใต้ชื่อ ทรายสีเพลิง
และเมื่อถึงเวลาทางทีมงานได้ขอให้ทรายถ่ายรูปกับครอบครัว ทำให้เสาวนีย์และลูกศรดูเป็นส่วนเกิน ทรายให้สัมภาษณ์กับทางแมกกาซีนว่าทรายและแม่มาก่อน เสาวนีย์และลูกศร เสาวนีย์โกรธและไม่พอใจมาก
โดยที่ดวงตารู้ทันว่าทรายกำลังทำอะไร ดวงตาต่อว่าทรายว่ากำลังใช้แม่เป็นเครื่องอุปกรณ์ในการแก้แค้น ดวงตาบอกกับลูกว่าอยากให้ลืมเรื่องทุกอย่างในอดีตและอยากให้ทุกอย่างมันจบ อยากให้ทรายลืมทุกอย่าง เท่านั้นทรายบอกว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องในอดีต แต่มันคือปัจจุบัน เมื่อก่อนคุณย่าเคยให้สร้อยกับแม่ เพื่อร้อยแม่ไว้ใช้ ตอนนี้ก็เหมือนกัน ทรายซ่อมบ้านให้พ่อ พ่อเห็นว่าทรายมีเงินมีชื่อเสียง พ่อก็เลยกำลังร้อยทราย ไว้ใช้ ทรายบอกกับดวงตาว่าทุกคนไม่เคยมีความรักความจริงใจให้เราเลย ตามล่าชมเรื่องย่อละครเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ที่ ช่อง 3 ทีวีออนไลน์ช่อง 3
เท่าที่ เทวี ชี้ให้เห็นโดย วาสนา ได้บอกให้พระนางสาวิตรี จัดแสดงโดย แก้ว อภิรดี ได้ทราบว่า มัทนา แสดงโดย มิน พีชญา ได้หนีออกไปจากวัง พระนางสาวิตรีรีบไปดูที่ห้องมัทนา แต่ปรากฏว่าเจอมัทนานอนอยู่ที่ห้องพอดี ในขณะที่มัทนาก็งงว่าตัวเองกลับมาได้อย่างไร มัทนาถามบุหลัน เอื้อนว่าถ้าไม่อยากให้คามิน จัดโชว์โดย เวียร์ ศุกลวัฒน์ ต้องเดือดร้อนและถูกประหารข้อหาลักพาตัวพระคู่หมั้น ก็ขอให้มัทนาอย่าพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอีก
กับทางหฤทัย แสดงโดย ทับทิม อัญรินทร์ ได้บอกกับเทวีพร้อมกับพระนางสาวิตรีว่า เจ้าชายมาคี แสดงโดย หลุยส์ เฮสดาร์ซัน ก็ไม่ได้ทำอะไรเธอเลย ทำให้เทวีขัดเคืองมาก ส่วนเจ้าชายมาคีก็ปรามไม่ให้หฤทัยแพร่งพรายเรื่องที่เกิดขึ้นให้มัทนารู้ พระนางสาวิตรีเป่าหูเจ้าชายมาคี ให้เข้าใจว่าคามินและมัทนามีใจให้กัน และร่วมมือกันเพื่อปลิ้นปล้อนเจ้าชายมาคี แต่เจ้าชายมาคีไม่เชื่อเพราะไว้ใจมาคีมาก
ทางด้าน มินตรา แสดงโดย กระติ๊บ ชวัลกร นั้นอยากกำจัดมัทนามาก จึงไปขอให้เทวีช่วย มินตราแต่งเรื่องเล่าให้พระนางสาวิตรีฟังถึงความร้ายกาจของมัทนา พระนางสาวิตรีบอกให้มินตราไปหาหลักฐานที่บอกว่ามัทนามีความสัมพันธ์กับคามินมา ถ้ามินตราหามาได้ พระนางสาวิตรีจะรับมินตราเข้าเข้าทำงานด้วย มาคีไปทูลขอจาก ราชาอินทรา บ่งบอกโดย ทูน เพื่อขอให้เลื่อนงารอภิเษกกับมัทนาให้เร็วขึ้นและสัญญาว่าจะเปลี่ยนตัวเอง
โดยที่ดวงตารู้ทันว่าทรายกำลังทำอะไร ดวงตาต่อว่าทรายว่ากำลังใช้แม่เป็นเครื่องอุปกรณ์ในการแก้แค้น ดวงตาบอกกับลูกว่าอยากให้ลืมเรื่องทุกอย่างในอดีตและอยากให้ทุกอย่างมันจบ อยากให้ทรายลืมทุกอย่าง เท่านั้นทรายบอกว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องในอดีต แต่มันคือปัจจุบัน เมื่อก่อนคุณย่าเคยให้สร้อยกับแม่ เพื่อร้อยแม่ไว้ใช้ ตอนนี้ก็เหมือนกัน ทรายซ่อมบ้านให้พ่อ พ่อเห็นว่าทรายมีเงินมีชื่อเสียง พ่อก็เลยกำลังร้อยทราย ไว้ใช้ ทรายบอกกับดวงตาว่าทุกคนไม่เคยมีความรักความจริงใจให้เราเลย ตามล่าชมเรื่องย่อละครเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ที่ ช่อง 3 ทีวีออนไลน์ช่อง 3
เรื่องย่อละคร ล่ารักสุดขอบฟ้า ตอนที่ 11 วันที่ 26 สิงหาคม57
กรณี ล่ารักสุดขอบฟ้า
เรื่องย่อ ล่ารักสุดขอบฟ้า ตอนที่ 11
เท่าที่ เทวี ชี้ให้เห็นโดย วาสนา ได้บอกให้พระนางสาวิตรี จัดแสดงโดย แก้ว อภิรดี ได้ทราบว่า มัทนา แสดงโดย มิน พีชญา ได้หนีออกไปจากวัง พระนางสาวิตรีรีบไปดูที่ห้องมัทนา แต่ปรากฏว่าเจอมัทนานอนอยู่ที่ห้องพอดี ในขณะที่มัทนาก็งงว่าตัวเองกลับมาได้อย่างไร มัทนาถามบุหลัน เอื้อนว่าถ้าไม่อยากให้คามิน จัดโชว์โดย เวียร์ ศุกลวัฒน์ ต้องเดือดร้อนและถูกประหารข้อหาลักพาตัวพระคู่หมั้น ก็ขอให้มัทนาอย่าพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอีก
กับทางหฤทัย แสดงโดย ทับทิม อัญรินทร์ ได้บอกกับเทวีพร้อมกับพระนางสาวิตรีว่า เจ้าชายมาคี แสดงโดย หลุยส์ เฮสดาร์ซัน ก็ไม่ได้ทำอะไรเธอเลย ทำให้เทวีขัดเคืองมาก ส่วนเจ้าชายมาคีก็ปรามไม่ให้หฤทัยแพร่งพรายเรื่องที่เกิดขึ้นให้มัทนารู้ พระนางสาวิตรีเป่าหูเจ้าชายมาคี ให้เข้าใจว่าคามินและมัทนามีใจให้กัน และร่วมมือกันเพื่อปลิ้นปล้อนเจ้าชายมาคี แต่เจ้าชายมาคีไม่เชื่อเพราะไว้ใจมาคีมาก
ทางด้าน มินตรา แสดงโดย กระติ๊บ ชวัลกร นั้นอยากกำจัดมัทนามาก จึงไปขอให้เทวีช่วย มินตราแต่งเรื่องเล่าให้พระนางสาวิตรีฟังถึงความร้ายกาจของมัทนา พระนางสาวิตรีบอกให้มินตราไปหาหลักฐานที่บอกว่ามัทนามีความสัมพันธ์กับคามินมา ถ้ามินตราหามาได้ พระนางสาวิตรีจะรับมินตราเข้าเข้าทำงานด้วย มาคีไปทูลขอจาก ราชาอินทรา บ่งบอกโดย ทูน เพื่อขอให้เลื่อนงารอภิเษกกับมัทนาให้เร็วขึ้นและสัญญาว่าจะเปลี่ยนตัวเอง
เพราะที่ เจ้าชายมาคีชวนมัทนาออกไปเยี่ยมราษฎร มินตราแอบถ่ายรูปที่คามินจูบมัทนาเอาไว้ได้ มินตราเอาภาพที่ถ่ายได้ไปให้เทวีดู เป็นเหตุให้เทวีพอใจมาก เทวีเตรียมนำคลิปไปให้พระนางสาวิตรีดู แต่หฤทัยมาเห็นเข้าเสียก่อน จึงแอบเซฟใส่แฮนดี้ไดร์ฟ และลบคลิปทิ้งไป หฤทัยแอบเอาคลิปไปให้คามิน ทำให้เขารู้ว่าต้องระวังตัวมากขึ้น ติดตามข่าวเรื่องย่อละคร ช่อง 7 ทีวีออนไลน์ช่อง 7 ได้ที่นี่
โดยที่ เด็กหญิงพิจิตร ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.3 ได้เขียนเรียงความ หนูอยากเป็นคนดี ได้รับรางวัลเป็นที่ดินมูลค่าครึ่งล้าน สมความตั้งใจ
ทั้งนี้เมื่อ นายนพรัตน์ ตั้งกิตติถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมนายนริศ สังวารีย์ อดีต ผอ.โรงเรียน ซึ่งปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญ ที่เป็นเจ้าของโครงการให้เขียนเรียงความเรื่อง หนูอยากเป็นคนดี เพื่อชิงรางวัลที่ดิน 67 ตารางวา มูลค่าหลายแสนบาท
ตราบ นักเรียน ม.3 ได้เขียนเรียงความจับใจ
ทำให้ได้ผลตอบแทนที่ดินมูลค่าครึ่งล้าน
โดยที่ เด็กหญิงพิจิตร ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.3 ได้เขียนเรียงความ หนูอยากเป็นคนดี ได้รับรางวัลเป็นที่ดินมูลค่าครึ่งล้าน สมความตั้งใจ
ทั้งนี้เมื่อ นายนพรัตน์ ตั้งกิตติถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมนายนริศ สังวารีย์ อดีต ผอ.โรงเรียน ซึ่งปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญ ที่เป็นเจ้าของโครงการให้เขียนเรียงความเรื่อง หนูอยากเป็นคนดี เพื่อชิงรางวัลที่ดิน 67 ตารางวา มูลค่าหลายแสนบาท
ซึ่งที่ดินดังกล่าวอยู่กลางเมืองสามง่าม ได้ทำพิธีจับสลาก ที่ศาลากลางจังหวัดพิจิตร ท่ามกลางสักขีพยานที่เป็นคณะครูอาจารย์และผู้ปกครอง เพื่อถวายที่ดินให้กับเยาวชนที่ส่งเรียงความมามากกว่า 600 ราย
ทั้งนี้ได้คัดเลือกผู้ที่เขียนเรียงความแล้วเข้าหลักหลักเกณฑ์เป็น
- นักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย 4 คน
- ระดับมัธยม 21 คน
- ระดับประถม 8 คน
โดยรวมแล้วทั้งสิ้น 33 คน และได้นำรายชื่อมารวมกันแล้วจับรางวัล คงอยู่ว่า ผู้โชคดีคือ เด็กหญิงสิรภัทร ไตรยุทธรงค์ หรือ น้องส้มจี๊ด ที่เป็นนักเรียนชั้น ม.3/5 ของสถานศึกษาพิจิตรพิทยาคม ที่ได้เขียนเรียงความบรรยาย มีจินตนาการ ที่อยากเป็นคนดีในครอบครัว ในโรงเรียน ในสังคม เป็นที่ถูกใจคณะกรรมการ และโชคดีได้รับรางวัลเป็นที่ดินมูลค่าหลายแสนบาทจากการเขียนเรียงความครั้งนี้ดังกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวทีวีออนไลน์ได้รายงานว่า วันที่ 27 สิงหาคม เฟซบุ๊กเครือข่ายระวังภัย ได้โพสต์ทิวภาพพร้อมข้อความร้านค้า ส้มตำเทปูนรุกล้ำทางเท้า กีดขวางทางเดินเท้า ผู้ใช้รถเข็นคนพิการไม่สามารถผ่านได้ พร้อมกันกับตั้งคำถามว่า ร้านส้มตำเป็นเจ้าของทางเท้าได้อย่างไร
ตราบเจ้าของที่ ได้เทปูนล้ำทางเท้า ทำให้เดินแทบไม่ได้
เมื่อผู้สื่อข่าวทีวีออนไลน์ได้รายงานว่า วันที่ 27 สิงหาคม เฟซบุ๊กเครือข่ายระวังภัย ได้โพสต์ทิวภาพพร้อมข้อความร้านค้า ส้มตำเทปูนรุกล้ำทางเท้า กีดขวางทางเดินเท้า ผู้ใช้รถเข็นคนพิการไม่สามารถผ่านได้ พร้อมกันกับตั้งคำถามว่า ร้านส้มตำเป็นเจ้าของทางเท้าได้อย่างไร
ซึ่งผู้โพสต์ยังชี้เฉพาะสถานที่ด้วยว่า ถนนกรุงธนบุรี ขาออก ก่อนถึงซอยกรุงธนบุรี 6 เขตคลองสาน ข้างศูนย์บริการสาธารณสุข 28 ธนบุรี ใกล้สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี ใกล้อาคารไทยศรี เจ้าของห้องตรงนี้ ได้ทำการสร้างขอบเขตพื้นที่ ยื่นออกมาบนบริเวณฟุตบาท ซึ่งเดิมข้างหน้า ก็เป็นสะพานลอยอยู่แล้ว ยังจะมาสร้างกำแพงกั้นยื่นขึ้นมาอีก ทำให้จวนเจียนไม่มีที่จะเดินได้เลย ทำให้บางคนไม่สามารถเดินผ่านได้
และในเวลาต่อมา ก็ได้มีผูัเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าคนเทปูนกั้นพื้นที่ดังกล่าว เป็นเจ้าของที่ ไม่ใช่เจ้าของร้านส้มตำ ซึ่งก็มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของร้านส้มตำเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า ตอนนี้ร้านตนเองเดือดร้อนมาก ยอดขายตก เพราะมีหลายคนไม่รู้คิดว่าร้านทำ แต่คนพื้นที่จะทราบดีว่าป้าเจ้าของที่เป็นคนทำ มีหลายหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ก็เพราะว่าโฉนดที่ดินเป็นของป้า ทางร้านก็หมดปัญญาจะแก้ไข
และในเวลาต่อมา ก็ได้มีผูัเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าคนเทปูนกั้นพื้นที่ดังกล่าว เป็นเจ้าของที่ ไม่ใช่เจ้าของร้านส้มตำ ซึ่งก็มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของร้านส้มตำเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า ตอนนี้ร้านตนเองเดือดร้อนมาก ยอดขายตก เพราะมีหลายคนไม่รู้คิดว่าร้านทำ แต่คนพื้นที่จะทราบดีว่าป้าเจ้าของที่เป็นคนทำ มีหลายหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ก็เพราะว่าโฉนดที่ดินเป็นของป้า ทางร้านก็หมดปัญญาจะแก้ไข
เกิดเหตุไฟไหม้บ้านคลอกลูกสาว 14 ดับ พ่อได้ฝ่าไปช่วยเจ็บหนัก
ต้องขอขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก กลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand
เมื่อทางผู้สื่อข่าวดูทีวีได้รายงานว่า วันที่ 26 สิงหาคม โดยที่คราว 03.30 นาฬิกา สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านเลขที่ 24 หมู่ 4 ต.ไผ่ล้อม อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้สองชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ เจ้าหน้าที่ใช้เวลา 30 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงได้ โดยมีผู้บาดเจ็บสำลักควัน 3 ราย ได้ทำการตรวจสอบในบ้านพบศพ เด็กหญิงแพรวไพลิน สมดัง อายุ 14 ปี ที่เป็นนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งสภาพศพถูกไฟไหม้เป็นตอตะโก
ซึ่งจากการสอบถาม จึงได้ทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 9 คน ขณะเกิดเหตุกำลังหลับพักผ่อน เพลิงได้ลุกลามจากชั้นล่างไปชั้นบน ซึ่ง เด็กหญิงแพรวไพลิน นอนอยู่ในห้องนอนชั้นบนเพียงคนเดียว นายทองดี สมดังอายุ 47 ปี ผู้เป็นพ่อจึงพยายามฝ่ากองเพลิงเพื่อขึ้นไปช่วยชีวิตลูกสาว แต่ไม่สามารถเปิดประตูได้ ขณะที่นายทองดีก็ถูกไฟลวกและสำลักควันไฟได้รับบาดเจ็บสาหัส
โดยเบื้องต้น เจ้าหน้าที่คิดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เพราะคนในบ้านที่ยังอยู่ในอาการตกใจให้การว่า เห็นเพลิงลุกไหม้มาจากปลั๊กไฟที่ข้างบ้าน ซึ่งต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนมูลค่าความเสียหายประมาณ 1 ล้านบาท
เหตุอุทาหรณ์ หลังเด็กนั่งเล่นกลางถนน โดนรถวิ่งคร่อมร่าง
รอดหวุดหวิด
เมื่อสำนักข่าวซินหัวได้รายงานว่า เกิดเหตุการณ์ระทึกในเมืองจี้หนิง มณฑลซานตง ประเทศจีน เมื่อเด็ก 6 ขวบ ที่กำลังนั่งยองๆเล่นไม้อยู่บนพื้น ถูกรถยนต์สีแดงที่เคลื่อนมาจากด้านหลัง โดยคร่อมร่างของเด็กน้อย แต่รอดมาได้หวุดหวิด
โดยที่ทางตำรวจจราจรได้กล่าวว่า รถคนนี้เลี้ยวซ้ายมาจากด้านตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตรงนั้นเป็นทางลาดต่างระดับ และเด็กกำลังนั่งเล่นอยู่กลางถนนปลายทางลาดพอดี บวกกับความประมาทของคนขับที่ไม่ได้สังเกต จึงได้ขับรถผ่านไป โดยไม่มีการชะลอแต่อย่างใด ขณะที่เด็กก็หมอบลงไปกับพื้นเพื่อให้รถผ่านไปได้ เพราะเด็กตัวค่อนข้างเล็ก และตัวเครื่องของรถอยู่สูงจากพื้นดินพอสมควร ก็ตามถือเป็นความโชคดีของเด็กที่ไม่ถูกล้อทับ
และหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เด็กน้อยได้เข้าไปในบ้าน พร้อมกับบาดแผลที่ใบหน้าและขา และบอกกับครอบครัวว่าถูกรถชน ทางครอบครัวรู้สึกแปลกใจมากจึงได้ไปขอดูภาพกล้องวงจรปิด จึงทราบถึงเหตุการณ์ทั้งหมด
ซึ่งนี่ถือเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ให้ผู้ขับขี่มีความระมัดระวังในการขับรถมากขึ้น รวมไปถึงผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด
โดยที่ผู้สื่อข่าวทีวีออนไลน์ช่อง 5 รายงานว่า วันที่ 26 สิงหาคม นายปิยิน ตลับนาค นายอำเภอเมืองขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เข้าตรวจสอบยาบ้าและยาไอซ์ ที่พบในร่างกายของนักโทษชาย ทะนงศักดิ์ แดงพานิช อายุ 19 ปี ซึ่งถูกส่งตัวเข้ารักษาอาหารปวดท้องอย่างรุนแรง ที่ รพ.ขอนแก่น และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งแพทย์ตรวจพิสูจน์ศพพบยาเสพติดห่อหุ่มด้วยพลาสติกจำนวน 8 ก้อน และมี 1 ก้อนแตก เนื่องจากถูกน้ำย่อยกัด ภายใน 1 ก้อนนั้น พบยาบ้า 61 เม็ด และยาไอซ์น้ำหนัก 30 กรัม
ซึ่งหลังจากที่นายทะนงศักดิ์ ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมยาบ้า 13 เม็ด และได้ไปฟังคำพิพากษาศาลจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ก่อนจะถูกนำตัวมาฝากขังที่เรือนจำกลางขอนแก่น จากนั้นก็เกิดปวดท้องอย่างรุนแรง ทางเรือนจำจึงส่งตัวมารักษาที่ รพ.ขอนแก่น และเสียชีวิตเมื่อหัวค่ำวันที่ 25 สิงหาคม
โดยทั้งนี้ นายอำเภอเมืองขอนแก่น ได้ประสานไปยังเรือนจำและศาลจังหวัด ให้วางมาตรการป้องกันที่เข้มงวดขึ้นเพราะเชื่อว่าอาจมีช่องโหว ให้มีการลักลอบขนส่งยาเสพติดระหว่างทาง
เมื่ออธิบดีกรมคุกชี้ สนธิไม่ใช่อาชญากร ติดคุกเพราะอุบัติเหตุธุรกิจ
เมื่อสำนักข่าวซินหัวได้รายงานว่า เกิดเหตุการณ์ระทึกในเมืองจี้หนิง มณฑลซานตง ประเทศจีน เมื่อเด็ก 6 ขวบ ที่กำลังนั่งยองๆเล่นไม้อยู่บนพื้น ถูกรถยนต์สีแดงที่เคลื่อนมาจากด้านหลัง โดยคร่อมร่างของเด็กน้อย แต่รอดมาได้หวุดหวิด
โดยที่ทางตำรวจจราจรได้กล่าวว่า รถคนนี้เลี้ยวซ้ายมาจากด้านตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตรงนั้นเป็นทางลาดต่างระดับ และเด็กกำลังนั่งเล่นอยู่กลางถนนปลายทางลาดพอดี บวกกับความประมาทของคนขับที่ไม่ได้สังเกต จึงได้ขับรถผ่านไป โดยไม่มีการชะลอแต่อย่างใด ขณะที่เด็กก็หมอบลงไปกับพื้นเพื่อให้รถผ่านไปได้ เพราะเด็กตัวค่อนข้างเล็ก และตัวเครื่องของรถอยู่สูงจากพื้นดินพอสมควร ก็ตามถือเป็นความโชคดีของเด็กที่ไม่ถูกล้อทับ
และหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เด็กน้อยได้เข้าไปในบ้าน พร้อมกับบาดแผลที่ใบหน้าและขา และบอกกับครอบครัวว่าถูกรถชน ทางครอบครัวรู้สึกแปลกใจมากจึงได้ไปขอดูภาพกล้องวงจรปิด จึงทราบถึงเหตุการณ์ทั้งหมด
ซึ่งนี่ถือเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ให้ผู้ขับขี่มีความระมัดระวังในการขับรถมากขึ้น รวมไปถึงผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด
เมื่อนักโทษกลืนห่อยาบ้า แล้วถุงแตกคาท้องตาย
โดยที่ผู้สื่อข่าวทีวีออนไลน์ช่อง 5 รายงานว่า วันที่ 26 สิงหาคม นายปิยิน ตลับนาค นายอำเภอเมืองขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เข้าตรวจสอบยาบ้าและยาไอซ์ ที่พบในร่างกายของนักโทษชาย ทะนงศักดิ์ แดงพานิช อายุ 19 ปี ซึ่งถูกส่งตัวเข้ารักษาอาหารปวดท้องอย่างรุนแรง ที่ รพ.ขอนแก่น และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งแพทย์ตรวจพิสูจน์ศพพบยาเสพติดห่อหุ่มด้วยพลาสติกจำนวน 8 ก้อน และมี 1 ก้อนแตก เนื่องจากถูกน้ำย่อยกัด ภายใน 1 ก้อนนั้น พบยาบ้า 61 เม็ด และยาไอซ์น้ำหนัก 30 กรัม
ซึ่งหลังจากที่นายทะนงศักดิ์ ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมยาบ้า 13 เม็ด และได้ไปฟังคำพิพากษาศาลจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ก่อนจะถูกนำตัวมาฝากขังที่เรือนจำกลางขอนแก่น จากนั้นก็เกิดปวดท้องอย่างรุนแรง ทางเรือนจำจึงส่งตัวมารักษาที่ รพ.ขอนแก่น และเสียชีวิตเมื่อหัวค่ำวันที่ 25 สิงหาคม
โดยทั้งนี้ นายอำเภอเมืองขอนแก่น ได้ประสานไปยังเรือนจำและศาลจังหวัด ให้วางมาตรการป้องกันที่เข้มงวดขึ้นเพราะเชื่อว่าอาจมีช่องโหว ให้มีการลักลอบขนส่งยาเสพติดระหว่างทาง
เมื่ออธิบดีกรมคุกชี้ สนธิไม่ใช่อาชญากร ติดคุกเพราะอุบัติเหตุธุรกิจ
ย้ำรุดหน้าปฏิรูปงานราชฑัณฑ์
โดยเมื่อเช้าที่ผ่านมา นายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึง นายสนธิ ลิ้มทองกุล พระขนองได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวออกจากเรือนจำ ว่า ขอบคุณ คุณสนธิ ที่เห็นใจและเข้าใจสภาพ เรือนจำประเทศไทย ในขณะที่อยู่ 19 วัน ก็ไม่ได้เรียกร้องหรือสร้างโจทย์ใด ๆ จริง ๆ แล้วคุณสนธิ ไม่ใช่อาชญากร แต่เข้ามาเรือนจำเพราะอุบัติเหตุทางธุรกิจ จึงเป็นบทที่น่าเห็นใจ ดีใจแทนคุณสนธิที่ได้รับความเมตตาจากศาลให้ประกันตัวออกไป
โดยทางเรื่องเรือนจำเป็นเรื่องที่คนไม่อยากข้องแวะ เพราะนึกว่าเป็นที่คุมขังคนไม่ดี คนที่เข้าสังคมไม่ต้องการ แต่ต้องอย่าลืมว่าคนเหล่านี้ เป็นมนุษย์ เมื่อรับโทษจำคุกคือการจำกัดอิสรภาพแล้ว ก็ไม่ควรโดนทำโทษซ้ำสองให้อยู่อย่างทุกข์ทรมาน เพราะวันหนึ่งคนเหล่านี้ก็ต้องกลับมาสู่สังคม แล้วสังคมก็จะได้รับผลร้ายนั้นเอง
ทางกรมราชทัณฑ์ ได้รับนโยบายจาก คสช. ให้ปฏิรูปงานราชทัณฑ์ ให้เลือกเฟ้นผู้ต้องขัง ให้หาทางลดจำนวนคนที่ไม่สมควรอยู่ หรือทำผิดเล็กน้อย ไม่ใช่อาชญากรโดยสันดาน เพื่อให้เรือนจำมีที่ว่างพอสำหรับดูแลผู้ต้องขังรายสำคัญได้เหมาะสมยิ่งขึ้น ให้ดูแลเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ตามหลักมนุษยธรรมและเมตตาธรรม ให้ดูแลสวัสดิการเจ้าหน้าที่และสร้างสรรค์ขวัญกำลังใจแก่ผู้คุม รวมทั้งรักษาความศักดิ์สิทธิของอาญาแผ่นดิน คือปราบปรามโทรศัพทมือถือและสารเสพติดในเรือนจำ
โดยที่เขากล่าวว่า ผมเพิ่งเข้ามารับหน้าที่ได้ 2 เดือน แต่ก็เป็นคนเก่าที่นี่ จะพยายามทำเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ปัญหานี้สะสมมานาน คงต้องเริ่มสะสางอย่างเป็นระบบกันเสียที เพราะคนราชทัณฑ์ทำได้ทุกอย่าง ยกเว้นทำข้อสอบตอนเลื่อนตำแหน่ง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น