วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ดูทีวี : เครียดหนี้อื้อ! พ่อแม่ลูกซดยาฆ่าทิ้งแมลงดับ

เครียดหนี้อื้อ!


ดูทีวีออนไลน์ : เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 มิถุนายน ร.ต.ท.วิเชียร เมฆดี ร้อยเวร สภ.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลกรับแจ้งเหตุบุคคลดื่มยาฆ่าแมลงเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพัก จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นเพิงพักปลูกเป็นที่พักมีมุ้งกางอยู่ 2 หลัง ภายในมุ้งที่อยู่กลางบ้านช่องห้องหับ พบร่างผู้ถึงมรณกรรมชีวิตจำนวน 3 ศพ เป็นพ่อแม่และลูก ทราบชื่อส.อ.ชยธร วิมุกตานนท์ อายุ 47 ปี ลูกจ้างเทศบาลตำบลไทรย้อย นางมธุรดา วิมุกตานนท์ อายุ 34 ปี ลูกจ้างเทศบาลตำบลไทรย้อย และ ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี ทั้งหมดอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 225 หมู่ที่ 4 ต.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตทั้ง 3 ราย โดยที่มือของพ่อและแม่กอดร่างบุตรสาวอยู่อย่างน่าสลดใจ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ตรวจทานภายในที่พักพบขวดน้ำอัดลมขนาดใหญ่วางอยู่จำนวน 1 ขวด และแก้วน้ำจำนวน 3 ใบ มีน้ำอัดลมอยู่เหลือก้นแก้วลักษณะดื่มไปแล้ว และมีกลิ่นยาฆ่าแมลงส่งกลิ่นฟุ้งไปทั่วบริเวณ ทางตำรวจจึงนำถ้วยน้ำน้ำทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน เพื่อส่งให้แพทย์เวรได้ตรวจสอบพบว่า ภายในแก้วน้ำทั้ง 3 ใบ มีกลิ่นของน้ำอัดลมที่ผสมยาฆ่าแมลงปนอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพผู้ตายทั้งหมด ส่งไปทำการชันสูตรอีกครั้งที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก
สอบถาม นางสายฝน อ่อนชาวนา อายุ 57 ปี มารดาของนางมธุรดาผู้ตาย เล่าว่าอาศัยอยู่บ้านอีกหลังที่อยู่ติดกับบ้านลูกสาว เมื่อคืนที่ผ่านมากลับจากพระราชภารกิจและเข้าบ้านเวลาประมาณ 21.00 น. เห็นว่าบุตรสาว - ลูกเขย และหลาน เข้าเอนกายกันหมดแล้วและปิดไฟเงียบ จึงไม่ได้แวะไปหา โดยขึ้นบ้านเข้านอนตามปกติ กระทั่งเช้าช่วงเวลา 8 โมง ก็ยังไม่เห็นบุตรสาวและลูกเขยพร้อมกับหลานสาวตื่น ซึ่งแปลกประหลาดจึงเดินไปหาเปิดมุ้งเพื่อปลุก แต่พบว่าทั้ง 3 คนนอนเสียชีวิตคว่ำหน้ากอดกันอยู่ภายในมุ้ง จึงรีบแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ และไม่ทราบสาเหตุเนื่องจากที่ผ่านมาบุตรสาวและลูกเขย ก็ไม่เคยมีปัญหากันแต่อย่างใด เพียงแต่เคยได้ยินลูกสาวบ่นกับลูกเขยเกี่ยวกับปัญหาเรื่องการเงินที่ผลัดเปลี่ยนไม่พอใช้บวกกับหนี้สินที่มีอยู่
ด้านตำรวจได้สอบสวนเพิ่มเติมทราบว่า ส.อ.ชยธร และนางมธุรดา ผู้มฤตทั้งสองคนเคยทำเรื่องกู้เงินกับทาง ธกส.และธนาคารออมสิน ไว้ในวงเงินกว่า 2 ล้านบาท อีกทั้งยังมีหนี้สินของเพื่อนอีกจำนวนหนึ่ง โดยทั้งสองคนสามีภรรยาก็ยังไม่มีเงินที่จะนำไปชำระหนี้สิน จึงเกิดความเครียด ตัดสินใจดื่มยาฆ่าแมลงที่ผสมกับน้ำอัดลม จบชีวิตพร้อมลูกวัย 12 ปี จึงได้ส่งศพผู้ตายไปชันสูตรร่วมกับแพทย์ที่สถาบันนิติเวชโรงหมอพุทธชินราช ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศล



วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ดูทีวี : เบสท์ ชนิดาภา เป็นยินดี เล่นร้ายตลก เต็มเม็ดเต็มหน่วยทุกรสชาติ ในละคร เรือนริษยา


ดูทีวีออนไลน์ : เบสท์ ชนิดาภา เป็นปลื้ม เล่นร้ายตลก
ครบทุกรสชาติ ในละคร ช่อง 3  เรือนริษยา

ทีวีออนไลน์ : ชอบอกชอบใจกับบทร้ายอีกเรื่องหนึ่งไปแล้ว กับนักแสดงความสามารถสาวตากลม เบสท์ ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์  ในละครเรื่อง เรือนริษยา เป็นนางร้ายที่เข้าคู่กันได้ดีกับ อ๋อม สกาวใจ คู่แม่ลูก ที่ดูแล้ว ความเลวร้ายไม่เบากันเลยทีเดียว เอ่ยปากดีใจที่ได้เล่นเป็นลูกของ อ๋อม สกาวใจ แถมยังได้ทำเพลงบท ร้ายตลก เพื่อสร้างสีสันในละครเรือนริษยา


เรื่องนี้รับบทเป็นลูกสาวของพี่อ๋อมค่ะ เป็นตัวละครที่จัดจ้านมากค่ะ ดูจากสีปากและการแต่งตัวก็เป็นร้ายแบบตลกค่ะ ไม่ได้ร้ายวางแผนหรือว่าร้ายเพื่อจะเอาชนะใครนะคะ แต่คือจะแบบสนุกปากที่จะพูด อยากด่าคนอยากจะฉีกหน้าคนก็ทำเลย ไม่อ่อยคิดไม่รู้จักกาลเทศะ ในเรื่องจะมีตบตีตลอดกับนางเอก แต่นางเอกเค้าก็ไม่ยอมนะ เราตบไปเค้าตบกลับตลอด เราจะร้ายแบบโง่ๆจะตบเค้าแต่โดนเค้าสวนกลับเราก็พังซะเอง ตกส้นสูงล้ม เราจะมาฟ้องมาตุรงค์เราในบทคือพี่อ๋อมคะ กับพี่อ๋อมจริงๆแล้วเมื่อก่อนมีคนบอกว่าเบสท์มีบางมุมคล้ายพี่อ๋อม พอได้มาเล่นเป็นแม่ลูกกันก็รู้สึกดีใจคะ เพราะพี่อ๋อมเป็นนักแสดงมืออาชีพเล่นเต็มพลังมาก รับส่งกันสนุก พี่อ๋อมเค้าทุ่มเทมากบางทีเราช้าเค้าก็ไม่ว่าอะไรเลย เราเป็นนักแสดงทีไม่เชิงใหม่แต่ก็ไม่ได้เก่งอะไรมากมาย มาตาลูกจะรับส่งกันสุดพลังเลยคะในเรื่องนี้

อย่าลืมติดตามความร้ายปนฮา ของสาว เบสท์ ชนิดาภา ในละคร เรือนริษยา ที่จะมาที่จะมาปะทะอารมณ์ได้ดุเดือดแค่ไหนต้องติดตามชมทางไทยทีวีสีช่อง 3 
  • ปอ จูงมือ น้ำตาล สอนเทคนิค การยิงปืนป้องกันตัว ใน เรือนริษยา
  • จุดเริ่มต้น เรือนริษยา นักแสดงรุ่นใหญ่คับจอ!


วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ทีวีออนไลน์ : หนุ่มการบินไทยโพสต์คลิปสั่งเสียผ่าน facebook ก่อนดิ่งตึกเสียชีวิต


หนุ่มการบินไทยโพสต์คลิปสั่งเสียทีวีออนไลน์ : ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (6 มิ.ย.) เมื่อเวลา 23.00 น. นายชาลี (ขอสงวนนามสกุล) บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กระโดดจากชั้น 5 ลานจอดรถ อาคารศูนย์ปฏิบัติการ การบินไทย ( OPC ) ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับบาดเจ็บสาหัส สภาพแขนขาหักทั้งสองข้าง ศีรษะแตก เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่ง รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ก่อนที่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา เบื้องต้น ทราบว่าผู้ตายได้โพสต์คลิ ปเสียง พร้อมโพสข้อความไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยเพื่อนๆ ได้พยายามช่วยกันตามหาตัว ที่แล้วที่ในอีก 3 ชั่วโมงต่อมา ถึงจะทราบข่าวว่านายชาลีได้กระโดด ตึกและเสียชีวิตแล้ว
จากการตรวจสอบพบว่า นายชาลี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ถึงเวลาแล้ว ชีวิตมันสั้นนัก ขอบคุณทุก คนที่รู้จักกันมาครับ เกล้าผมต้องขอลาทุกคนแล้วครับ ถึงเวลาของผมแล้ว บ้านไม่ ได้ล็อคนะครับ เตรียมทะเบียนบ้านไว้ให้แล้ว รถจอดที่ opc ชั้น 5 ตรงประตู m5 ในกระเป๋าสตางค์ มีเบอร์พี่สาวอยู่ คงมีคนโทรไปบอก โน๊ตบุ๊ค เปิด facebook ได้เลย ขอโทษทุกคนด้วยครับ ผมขอลาก่อน
ขณะที่ข้อความในคลิปเสียงที่นายชาลีกำชับ มีดังต่อไปนี้ สวัสดีครับ ผมชาลีนะครับ นี่ก็คง เป็นข้อความหนึ่งที่เราจะได้คุยกัน ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่เลิกรา ขอบใจทุกๆคนที่รู้จักกันมา ทั้งพี่ ทั้งเพื่อน ทั้งน้อง มันถึงเวลาของผมแล้วนะครับ ผมตัดสินใจแล้ว บางคนอาจจะบอกว่าทำไมทำแบบนี้ ถ้าไม่อยู่ในสภาวะแบบผมคงไม่รู้หรอกครับว่าเป็นไง มันคาดคั้น อะไรก็แล้วแต่ที่ผมเคยล่วงละเมิดใครมาก็ขออโหสิกรรม ให้ผมด้วย และใครที่เคยทำอะไรกับผมไว้ ผมขออโหสิให้หมดนะครับ ผมคงต้องไปแล้วครับ ขอบคุณทุกๆคนจริงๆครับที่รู้จักกัน ทุกคนปฏิบัติตัวเองดีๆนะครับ สวัสดีครับ
อย่างไรก็ตาม เพื่อนที่ทราบข้อมูลต่างเข้ามาแสดงความเสียใจต่อการจากไปอย่างกระทันหันของนายชาลี

ติดตามข่าว  ดูทีวี  ทีวีออนไลน์  ช่อง3  ช่อง5  ช่อง7  ช่อง9  ได้ที่

วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ทีวีออนไลน์ : มาดามเจนี่ ใส่ไม่ยั้ง! ตบ จูบ กระชากเรตติ้ง ใน ความรักสัญญาแค้น


ทีวีออนไลน์ช่อง 3  มาดามเจนี่ ใส่ไม่ยั้ง!
ดูทีวี
ตบ จูบ กระชากเรตติ้ง

กลับมาอีกครั้งกับละครโรแมนติกดราม่าสำหรับนางเอกสาวสวยรวยเสน่ห์ เจนี่ อัศวเหม ในเรื่อง เสน่หาสัญญาแค้น ในบท ปานตะวัน พยาบาลสาวผู้น่าสงสารที่ถูกพระเอกในเรื่องคุกคามน้ำใจ ทำร้ายอารมณ์ทางใจสารพัด เจอเจ้าตัวเลยต้องจับมาสัมภาษณ์กันหน่อย


เจนี่รับบทเป็น ปานตะวัน ค่ะ เป็นผู้หญิงที่น่าสงสารมากโดนพระเอกกระทำเยอะเลยค่ะ ดารานำชายเค้าโหดมาก ทำร้ายจิตใจสุดๆ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย พูดเลยว่าตบจูบเยอะมาก หน้าใกล้กันหลายฉากมาก (เสียงสูง) แต่ก็สนุกนะค่ะ ในเรื่องเจนี่เป็นพยาบาลกายภาพบำบัดค่ะ ก็จะต้องมีท่าทางที่ใช้ในการทำกายภาพค่อนข้างเยอะค่ะ แต่จะมีคนมาสอนที่กอง เพราะท่าจะต้องถูกต้องตามหลักการแพทย์ด้วย แล้วก็ต้องดูมั่นใจด้วยคนดูจะได้อินว่าเราเป็นพยาบาลพิเศษจริงๆ ส่วนพี่โดมเค้าก็มีพรสวรรค์การเป็นนักแสดงนะค่ะ เราจะติดภาพความเป็นนักร้อง แต่พอได้มาเล่นด้วยกันก็รู้สึกว่าพี่โดมก็ทำได้ เป็นศิลปินได้ เจนี่ก็อยากจะฝากให้ติดตามละครเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนแรกจนจบเลยนะค่ะ ใครพลาดตอนแรกก็เปิดดูย้อนหลังได้ค่ะ (หัวเราะ) รับรองค่ะสนุกถูกใจคอละครแนวนี้แน่นอน


นางเอกสาวเจนี่โดนพระเอกเหน้าหล่อกระทำเยี่ยงนี้แล้ว หนำซ้ำเน้นเลยว่าฉากปรบมือจูบเยอะมาก รับประกันความฟินได้อย่างแน่นอน ติดตามให้กำลังใจนางเอกผู้น่าสงสารกันด้วยนะจ๊ะ ทุกวันพุธและพฤหัสบดี เวลา 20.15 – 22.45 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 (ออริจินัล)



วันพุธที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ดูทีวีออนไลน์ : แย่งที่จอดรถยนต์แฟลตดินแดง ตะครุบสปาต้าฟัน เจ็บ 2

แย่งที่จอดรถแฟลตดินแดง

ทีวีออนไลน์ : ชาวแฟลตดินแดง กว่า 30 คน แห่ร้องขอความยุติธรรม กับตำรวจ หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทเรื่องที่หยุดรถกับกลุ่มผู้ดูแล จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับเจ็บ 2 คน
เมื่อช่วงเวลา 03.00 น. ที่ผ่านมา ชาวแฟลตดินแดง 3 จำนวนกว่า 30 คน เข้าแจ้งความกับตำรวจนครบาลดินแดง หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างกลุ่มผู้ดูแลลานจอดรถในแฟลต ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 2 คน
ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ กล่าวว่า ชาวบ้านแฟลตดินแดง 3 มีปัญหาเรื่องที่จอดรถในมาระยะหนึ่งแล้ว และล่าสุดกลุ่มผู้ที่ดูแลลานจอดรถ นำไม้มากั้นพื้นที่ไม่ให้ชาวบ้านนำรถไปจอด จึงเกิดการทะเลาะกัน กระทั่งกลุ่มผู้ดูแลพื้นที่ ใช้ปืนยิงขึ้นฟ้าข่มขู่ชาวบ้าน
ด้านนายณัฐวุฒิ ธรรมจักร ผู้ดูแลลานจอดรถ กล่าวว่า ตัวเองได้รับมอบหมายให้ดูแลลานจอดรถ ขณะอยู่ในป้อมยาม มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งพยายามเข้ามารื้อไม้กั้นทางเข้าออกลานจอดรถ แล้วเกิดการทะเลาะกันขึ้น จากนั้นมีชาวบ้านหลายคนไม่พอใจจึงวิ่งเข้ามาหากลัวว่าจะโดนทำร้าย จึงคว้ามีดสปาต้าที่อยู่ใกล้ตัว ฟันเข้าที่แขนซ้ายของนายโหน่ง พร้อมกับนายไทยที่บริเวณด้านหลังเพื่อป้องกันตัว
เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย และสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องกับสภาวะการในครั้งนี้ เพื่อจัดหาข้อยุติความขัดแย้งต่อไป

วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ทีวีออนไลน์ : ภาพมัด! คดีฆ่าเผาอพาร์ทเมนท์ เพื่อนคนสิ้นลมปราณอาจมีเอี่ยวด้วยว่า

ภาพมัด!
ดูทีวี : (2 มิ.ย.) ความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่ง ภายในซอยย่อยนาทอง 8 ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา พบศพ นายจิรายุ เวชจันทร์ อายุ 26 ปี ถูกไฟเผาเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอน โดยมีบาดแผลถูกแทงเข้าที่บริเวณหลังหลายแผลและพบแกลลอนทินเนอร์ทิ้งไว้อยู่ในห้อง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจพบเบาะแสที่พอจะยืนยันว่า เหตุดังกล่าวเป็นการฆาตกรรมอำพราง
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ได้ขอตรวจสอบภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิดตามสถานที่ต่างๆ ใกล้และจุดเกิดเหตุ โดยภาพหลักฐานจากกล้องบริเวณปั๊มปิโตรนาส ย่านถนนเทียมร่วมมิตร สามารถจับภาพ นายรังสรรค์ ปัญญาสืบ อายุ 22 ปี และ น.ส.ศิวัชญา เสียงสง่า อายุ 19 ปี ขณะขับรถจักรยานยนต์ไปซื้อน้ำมันที่ปั๊มได้ ก่อนจะกลับมาที่อพาร์ทเมนท์ดังกล่าว และเกิดเหตุเพลิงไหม้ ทั้งสองร่วมเป็นผู้บาดเจ็บในเหตุครั้งนี้ด้วย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ดำเนินการสอบสวนพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกแหล่ราย รวมทั้ง มารดาของนายรังสรรค์ หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บและตกเป็นผู้ต้องสงสัย ซึ่งให้การว่า ลูกชายทำงานอยู่ที่ จ.ชลุบรี แต่จะแวะเวียนกลับบ้านบางครั้ง ล่าสุดก็กลับมาที่บ้านในวันที่ 21 พฤษภาคม ก่อนจะออกจากบ้านในวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่วน น.ส.ศิวัชญา ทราบแค่ว่าเป็นแฟนสาว ส่วน นายจิรายุ ผู้เสียชีวิต ไม่ทราบว่าเป็นใครเพราะไม่เคยรู้จัก แต่ไม่เชื่อว่าลูกชายจะเป็นคนร้ายและยอมได้รับบาดเจ็บขนาดนี้
อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนพยานบุคคลรายอื่นๆ ยังให้การตรงกันว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงหั่วค่ำได้ยินเสียงคนทะเลาะกันในห้องต้นเพลิง แต่ไม่มีผู้ใดสนใจ จะกระทั่งเกิดเพลิงไหม้ช่วงกลางดึก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมเข้ามาสอบสวนและเทียบผลดีเอ็นเอในที่เกิดกับ นายจิรายุ และ น.ส.ศิวัชญา ต่อไป



วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ดูทีวีออนไลน์ : คสช.ให้ศาลอุทธรณ์มีเงื้อมมือคดีเลือกตั้ง เอาจริงปรามยาเสพติด

คสช.ให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจคดีเลือกตั้ง
ดูทีวี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (31 พ.ค.) เมื่อเวลา 21.55 น. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ออกประกาศฉบับที่ 51 เรื่องการพิจารณาและวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
ตามที่ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 11/2557 ลงวันที่ 22 พ.ค. เรื่องการสิ้นสุดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้วนั้น เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ทำเป็นดำเนินการพิจารณาและตัดสินโทษคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในการคัดตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นต่อไป คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีประกาศดังต่อไปนี้
ให้ศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาคมีอำนาจไตร่ตรองและวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นในกรณีที่ประกาศผลการออกเสียงตั้งแล้วต่อไป ทั้งนี้ วิธีพิจารณาและวินิจฉัยคดีดังกล่าวให้เป็นไปตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2550
นอกจากนี้ คสช.ยังออกคำสั่งที่ 51 เรื่อง การปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด
เพื่อให้การบริหารราชการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในการชนะปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดข้าวของยาเสพติดให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดผลกระทบที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนและสังคมโดยรวม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
1.ให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดของทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปราบปรามและจับกุมผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้นำเข้า และส่งออก รวมทั้งผู้สมคบและสนับสนุนช่วยเหลือให้ได้ผลอย่างจริงจังในทุกพื้นที่ สกัดกั้นการลักลอบนำเข้ามายาเสพติดตลอดแนวชายแดน ปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติดในทุกหมู่บ้านและชุมนุมทั่วประเทศ และใช้มาตรการตรวจสอบเพื่อยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องทั้งระบบ
2.ให้หน่วยงานที่รับผิดโปรดปรานควบคุมตรวจสอบสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ ที่พัก อาคารในเชิงพานิชย์ ประเภท หอพัก อาคารชุด หรือ เกสเฮ้าส์ ที่ให้ผู้อื่นเช่า สถานที่ที่จัดให้มีการเป่า บิลเลียด สนุกเกอร์ รวมทั้งโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและสถานประกอบการอื่นๆ หากพบว่า มีการปล่อยปละละเลยให้มีการซุกซ่อน จำหน่าย และเสพยาเสพติด ให้มีการดำเนินการลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับเจ้าของหรือผู้ประกอบการในทันที
3.ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนำผู้เสพยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษาโดยทันที และติดตามดูแลให้ความช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตได้ตามปกติ ทั้งในด้านการศึกษาเล่าเรียนและการประกอบอาชีพ โดยประสานงานกับทุกองค์กรที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคประชาชนและองค์กรชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานดังกล่าวอย่างจริงจัง
4.เจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดปล่อยปละละเลยหรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจะต้องถูกดำเนินการทางวินัย ละทางอาญาทันที
5.ให้สำนักงานคณะกรรมการปกปักรักษาและปราบปรามยาเสพติด ติดตามผลการดำเนินงานตามข้อ 1-4 และรายงานผลการปฏิบัติให้คณะรักษาความสงบแหง่ชาติทราบอย่างต่อเนื่อง